วาเลนไทน์นี้ คงเป็นโอกาสที่ใครหลายคนจะได้บอกรักคนที่แอบชอบมานาน สำหรับ ไทเกอร์ โปรเจค วาเลนไทน์ปีนี้ เราอยากชวนคุณมาทำความรู้จักและตกหลุมรักผ้าย้อมสีจากธรรมชาติไปด้วยกัน ❤️
สีธรรมชาติ นั้นอยู่คู่กับมนุษย์เรามาตั้งแต่สมัยโบราณ มนุษย์ได้เรียนรู้ที่จะนำสีจากวัตถุดิบธรรมชาติมาใช้ในกิจกรรมต่างๆ เช่น ทาสีตามร่างกาย ทาสีบนภาชนะเครื่องปั้นดินเผา ย้อมสิ่งทอ เครื่องใช้ เครื่องนุ่งห่ม ภาพวาดฝาผนัง และเป็นส่วนประกอบในพิธีกรรมต่างๆ ตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น โดยทั่วไปแล้ว การย้อมสีจากธรรมชาติ มีด้วยกัน 2 แบบ คือ ย้อมเย็น และย้อมแบบใช้ความร้อน ผ่านวิธีการต้ม
การย้อมเย็น ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ การย้อมคราม ซึ่งการนำใบครามมาย้อมผ้านั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเป็นการย้อมที่เป็นที่นิยมในระดับสากล
หม้อคราม ที่บ้านดอนกอย อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร การย้อมสีธรรมชาติจากใบคราม เป็นเทคนิคการย้อมเย็น ที่ใช้กระบวนการหมัก ซึ่งหม้อครามนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับผู้ย้อม โดยผู้ย้อมครามแต่ละคนจะมีเทคนิคในการคอยดูแลหม้อครามของตัวเองเป็นอย่างดี เพื่อให้ได้สีครามที่สวยในการย้อมแต่ละครั้ง
คราม นับเป็นพืชที่ได้รับความนิยมในระดับสากล มีการนำมาย้อมพัฒนาออกมาเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย ช่วยสร้างรายได้กลับคืนให้กับชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ ผู้ปลูกคราม ผู้ย้อม ผู้ทอ ไปจนถึงผู้สร้างผลงาน สำหรับการย้อมแบบใช้ความร้อน คือ การนำส่วนต่างๆ ของพืช เช่น เปลือกไม้ ใบไม้ ดอกไม้ รวมไปถึงแมลงบางชนิด อย่างครั่ง ที่ให้สีมาต้มในน้ำร้อน จากนั้นผ่านตัวจับสีชนิดต่างๆ อาทิ สารส้ม ปูนขาว น้ำด่าง ดินโคลน เพื่อให้เกิดสีที่แตกต่างกัน พืชที่นิยมนำมาย้อมสีแบบใช้ความร้อน ได้แก่ แก่นขนุน/เข เปลือกเค็ง ใบมะม่วง เปลือกประดู่ แก่นฝาง เปลือกตีนนก เป็นต้น
กว่าจะได้ เหลืองละมุน ต้องเรียนรู้ที่จะรอและปล่อยให้ธรรมชาติเป็นผู้สร้างสรรค์ (ย้อมฝ้ายจากแก่นขนุน)
เปลือกต้นเค็ง อายุกว่าร้อยปี ต้นไม้ยิ่งอายุเยอะ ยิ่งให้สีที่สดมาก เค็ง เป็นต้นไม้อีกชนิดหนึ่งที่พบได้มากในเขตป่าชุมชนเหล่าเสือโก้ก จ.อุบลราชธานี
เสื้อคลุมตัวโปรดของเรา ที่ย้อมจากเปลือกอะรางและแก่นขนุน ย้อมและทอโดยกลุ่มสตรีทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ และตัดเย็บโดยช่างในชุมชน อ.เหล่าเสือโก้ก ช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนเกิดขึ้นในชุมชนของเรา
เสื้อยืดย้อมสีชมพูจากเปลือกมังคุด ใส่สบาย อ่อนโยนต่อผิว ใช้ได้นาน อยู่กับเรามาจะ 5 ปีแล้ว 🙂ผ้าย้อมสีจากธรรมชาติ นั้นมีเสน่ห์ อ่อนโยนต่อผิวของผู้สวมใส่ ไม่มีสารที่เป็นอันตราย สีจากธรรมชาติเป็นสีที่มองกี่ทีก็รู้สึกสบายตา นอกจากจะให้ความงามของเฉดสีที่ไม่สามารถหาได้จากสีที่มาจากกระบวนการอุตสาหกรรมแล้ว ขั้นตอนนการทำก็ซับซ้อนและใช้เวลามากกว่า กว่าจะเป็นเสื้อสีสวยหนึ่งตัว ต้องใช้ทั้งแรงกายแรงใจ ลองผิดลองถูก เป็นการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ เพราะเป็นการทำงานกับธรรมชาติ ที่เราไม่สามารถกะเกณฑ์ให้ได้สีตามที่เราต้องการได้ นอกจากนี้ ต้นไม้ใบไม้ที่เป็นต้นกำเนิดสี ในแต่ละฤดูกาลก็ให้สีที่แตกต่างกัน สะท้อนความงามของธรรมชาติที่ไม่ซ้ำใคร เป็นความงามที่มีคุณค่าทางจิตใจ เพราะเป็นงานทำมือที่ไม่มีเครื่องจักรใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือ ที่เราเรียกว่า สโลว์ แฟชั่น (slow fashion) ที่ผู้บริโภคได้เริ่มหันมาให้ความสำคัญ เพราะสิ้นเปลืองทรัพยากรน้อยกว่า ใช้ได้นาน ไม่ต้องวิ่งตามกระแส และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดี การย้อมสีธรรมชาตินั้น มีข้อจำกัดเช่นกัน ในเรื่องของวัตถุดิบที่ให้สี ไม่ว่าจะเป็น เปลือกไม้ ใบไม้ ดอกไม้ หรือผล ที่ไม่สามารถทำได้คราวละมาก ๆ และไม่สามารถผลิตสีได้คงที่ตามที่ต้องการ การย้อมสีธรรมชาติขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการที่ควบคุมได้ยาก การย้อมสีให้เหมือนเดิมทุกครั้งจึงทำได้ยาก และสีสามารถซีดจางและมีความคงทนต่อแสงต่ำ แต่หากรู้วิธีดูแลถนอมผ้า ผ้าย้อมสีธรรมชาติก็สามารถอยู่กับเราได้นาน และให้สีที่สวยคลาสสิคเมื่อเวลาเปลี่ยนไป
การย้อมสีจากธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่มักใช้ พืช สัตว์ และแร่ธาตุที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นนับเป็นการนำทรัพยากรท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาในท้องถิ่น เสื้อผ้าที่ทำจากสีธรรมชาติ ไม่มีสารที่เป็นอันตราย หรือมีการปล่อยสารเคมีตกค้างสู่สิ่งแวดล้อม จึงเป็น กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ย้อมสีจากธรรมชาติยังช่วยสนับสนุนให้ผู้ผลิตมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะเสื้อผ้าย้อมสีธรรมชาติส่วนใหญ่ มักเป็นการทำกันในครัวเรือนหรือในชุมชน การสนับสนุนสินค้าเหล่านี้ เท่ากับผู้ซื้อได้ช่วยกระจายรายได้ไปยังชุมชนช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้ผู้คนตามชนบท เกิดเศรษฐกิจชุมชนหมุนเวียน อีกด้วย
และอีกเหตุผลสำคัญ …ที่ทำให้เราไม่ตกหลุมรักผ้าย้อมสีธรรมชาติไม่ได้แล้ว คือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากธรรมชาติเหล่านี้ ทำให้ผู้ผลิตเห็นคุณค่าและรู้จักใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างคนย้อมสีกับต้นไม้ก่อให้เกิดความรัก หวงแหนและเรียนรู้ที่จะอนุรักษ์ และปลูกทดแทนเพื่อการผลิตที่ยั่งยืน
หลังจากถากเอาเปลือกไม้ เราก็ทำการดูแลต้นไม้ ด้วยการนำโคลนเย็นๆ มาพอกต้นไม้ เพื่อให้ต้นไม้ได้สร้างเนื้อไม้ขึ้นมาใหม่ ดังนั้น ผู้สวมใส่เสื้อผ้าจากสีธรรมชาติจึงรู้สึกภาคภูมิใจและมีความสุข ไม่ใช่ด้วยเหตุผลว่าเสื้อผ้าสวยมีสไตล์ไม่เหมือนใครเท่านั้น แต่ทุกชิ้น ผู้บริโภคได้มอบโอกาสและแบ่งปันไปยังผู้ผลิตให้มีอาชีพมีรายได้ และช่วยสนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การผลิตที่เคารพต่อความเป็นมนุษย์
ผู้บริโภค นอกจากจะได้ผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้วยังได้ช่วยสนับสนุนคนในชุมชนให้มีรายได้ จากสิ่งที่ทำในชุมชน โดยที่พวกเขาไม่ต้องละทิ้งบ้านเกิด แล้วแบบนี้ จะไม่ให้เราตกหลุมรัก ผ้าย้อมสีจากธรรมชาติได้อย่างไร คุณว่าจริงไหม… สุขสันต์วันแห่งความรัก…ธรรมชาติ💚
